4 เหตุผลที่คุณควรไปตรวจริดสีดวง ภายนอก

4 เหตุผลที่คุณควรไปตรวจริดสีดวง ภายนอก post thumbnail image

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีอาการเจ็บหรือคันบริเวณท้อง หรือหูรูด ลองพิจารณาดูว่าภายในช่วงหนึ่งหรือสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ คุณขับถ่ายได้ตามปกติหรือไม่ ทั้งนี้เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้น หลายคนมักเลือกรักษาด้วยตนเองก่อน ทั้งที่ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรับการรักษา โดย 4 เหตุผลที่คุณควรไปตรวจริดสีดวง ภายนอกนั้นมีดังต่อไปนี้

1.ป้องกันการติดเชื้อหรือโรคแทรกซ้อน

สำหรับโรคริดสีดวง ภายนอกจะมีติ่งเนื้อโผล่ออกมาจากบริเวณหูรูด ซึ่งกรณีที่ไม่ได้ไปรับการตรวจรักษา อาจส่งผลให้ริดสีดวงแตก เกิดเป็นแผล มีเลือดไหล และทำให้ติดเชื้อได้อีกด้วย ในบางรายหากมีอาการหนักมาก อาจเกิดโรคแทรกซ้อน นั่นคืออาการปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งมาจากการอุดตันของลิ่มเลือดในช่องท้องนั่นเอง

2.สามารถทำการรักษาได้ทันท่วงที

หลายคนอาจไม่รู้ว่าริดสีดวงมีอาการรุนแรงและน่ากลัว ซึ่งหากไม่ได้ทำการรักษาอย่างทันท่วงที อาจมีอาการตกเลือด ซึ่งมาจากเลือดที่ออกมากจนเกินไป บางครั้งอาจมีเลือดไหลซึมจากรูทวารตลอดทั้งวัน ซึ่งในกรณีที่ปล่อยเอาไว้จะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางรุนแรงได้ 

3.ไม่เปลืองเวลาและค่ารักษา

หากว่าริดสีดวง ภายนอกทวีความรุนแรงกว่าเดิม ผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหรือการฉายเลเซอร์เพื่อทำลายก้อนริดสีดวงทิ้ง ซึ่งกรณีที่ต้องผ่าตัด จะต้องทำการพักฟื้นทำให้เสียเวลาในการเรียน หรือการประกอบอาชีพ รวมถึงเสียโอกาสหลายๆ ด้านในชีวิต นอกจากนี้ยังเปลืองค่ารักษาหากว่าไม่ได้เข้ารับรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิของผู้ป่วย ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่หากคุณเลือกที่จะไปทำการตรวจวินิจฉัยโรคนี้กับแพทย์แต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยด้วยโรคนี้อย่างรุนแรงขึ้นจนสายเกินแก้

4.ทำให้ผู้ป่วยระมัดระวังตนเองมากขึ้น

หากได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคริดสีดวงแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ในการปฏิบัติตัวครบถ้วนทุกด้าน ทั้งการกินอาหารที่มีกากใย การดื่มน้ำมากๆ การหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ การงดนั่งแช่ในห้องน้ำนานๆ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยมองข้ามไปเนื่องจากความเคยชินนั่นเอง การพบแพทย์ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย ทั้งการได้รับยาที่รักษาจนหายและยังทำให้ผู้ป่วยเปลี่ยนพฤติกรรมได้

โรคริดสีดวง ภายนอก จัดได้ว่าเป็นโรคที่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานกับผู้ป่วยอย่างมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ เพื่อสุขภาพของผู้ป่วยเอง และยังทำให้ความรุนแรงของโรคลดลง ไม่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอันอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ โปรดจำไว้ว่า “สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

วิธีดูแลสุขภาพผิวให้ขาวใส

7 วิธีดูแลสุขภาพผิวให้ขาวใสอย่างง่าย7 วิธีดูแลสุขภาพผิวให้ขาวใสอย่างง่าย

สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงามแถมยังรักสุขภาพ การที่เรามีผิวขาวใสแลดูสุขภาพดีก็คงจะเป็นความฝันของใครหลายๆ คน เพราะฉะนั้นในวันนี้เราก็จะมาบอกวิธีดูแลสุขภาพผิวของเราให้ดูดีขาวใส ใครๆ เห็นก็ทัก จะมีวิธีการไหนบ้างลองมาดูกัน ทำความสะอาดผิวให้สะอาด การทำความสะอาดผิวให้สะอาด และถูกวิธีจะเป็นการขจัดคราบสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อยู่บนผิวกายออกไปได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าสาวๆ คนไหนชอบแต่งหน้าอยู่เป็นประจำการใช้คลีนซิ่งที่ดีเพื่อล้างคราบสกปรกต่างๆ ออกจากใบหน้าก็จะมีส่วนช่วยในการทำให้ผิวสะอาดขาวใสอีกด้วย บำรุงผิวทุกวัน หลังจากการล้างหน้าและการทำความสะอาดผิวกาย ก็มาถึงคิวของการบำรุงให้กับผิวของเราที่อาจจะแห้งไปบ้างเพราะผ่านการชะล้างมา เราจึงต้องทำการบำรุงด้วยการทาโลชั่นต่างๆ ที่นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งแล้ว โลชั่นบางตัวยังช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสอีกด้วย สครับผิวเป็นประจำ การขัดหรือสครับผิวเพื่อเอาเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไปบ้างก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผิวของเราขาวใสได้ โดยใน 1 สัปดาห์ควรจจะมีการสครับผิวอย่างน้อย 1-2 ครั้ง เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปให้ผิวกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น ดื่มน้ำ

เครื่องฟอกอากาศ

จำเป็นต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้หรือไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้หรือไม่

ต้องยอมรับกันก่อนว่า ในปัจจุบันนี้กิจกรรม ของมนุษย์เรานั้น สร้างความเสียหายให้กับ สภาพแวดล้อมและสภาวะอากาศ เป็นอย่างยิ่ง เราสร้างความเสียหาย ให้กับสภาวะอากาศมากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลกระทบ โดยตรงกับเรามากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนั้น เกิดภาวะมลพิษ หมอกควันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้หลายต่อหลายคน ประสบปัญหาในเรื่องของ มลพิษในอากาศ ทำให้แสบตาบ้างล่ะ ทำให้แน่นหน้าอก ทำให้อากาศหายใจ ไม่เพียงพอ บางคนเกิดสภาวะไอ จนแสบคอ ก็มีเช่นเดียวกัน ดังนั้นปัญหาเรื่องของ อากาศเป็นพิษอากาศ ไม่บริสุทธิ์นั้น จึงกลายเป็นปัญหาหลักที่ มนุษย์เราจะต้องผจญอยู่ ในปัจจุบันนั่นเอง ด้วยมลภาวะต่างๆ

ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุด

5 ผลไม้ที่มีวิตามินซีกินกันไข้หวัด5 ผลไม้ที่มีวิตามินซีกินกันไข้หวัด

ในยุคที่มีแต่เชื้อโรคและไข้หวัด เราที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในทุกๆ วันคงจะประมาทไปไม่ได้ เพราะวันๆ ก็ทั้งทำงาน ออกไป hang out กลับมาก็ดึก เช้าตรู่ก็ต้องตื่นไปทำงาน เป็นวงจรชีวิตที่ทำเอาร่างกายเกือบจะป่วยอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราต้องหาวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองป่วยเพื่อป้องกันโรคร้ายที่อาจจะแฝงเข้ามาในภายหลังได้ โดยอาจจะเริ่มต้นจากการเสริมภูมิคุ้มกันของตนเองด้วยการทานวิตามินซี วิตามินซีคืออะไร? วิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ และมีความสำคัญมากในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเราสามารถหาวิตามินซีเหล่านี้ได้ผ่านทางการกินผักผลไม้ ดังนั้นเราก็จะขอมาแนะนำให้รู้จักกับเหล่าผลไม้ที่พวกเราคงจะรู้จักกันดีแต่ดันเป็นผลไม้ที่แฝงไปด้วยปริมาณวิตามินซีในตัวที่สูงลิบลิ่วเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นๆ จะมีผลไม้ชนิดใดบ้างลองมาดูกัน มะขามป้อม เป็นผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงที่สุดเมื่อเทียบกับผลไม้ที่เหลือที่ได้ยกตัวอย่างมาก โดยมีปริมาณวิตามินซีอยู่ที่ 2.76 มิลลิกรัม ต่อปริมาณมะข้ามป้อม 1 กรัม และเนื่องจากเจ้ามะข้ามป้อมมีวิตามินซีสูงมากจึงนิยมนำไปทำเป็นยารักษาโรคหลากหลายชนิด เช่น โรคไข้หวัด