5 ผลไม้ที่มีวิตามินซีกินกันไข้หวัด

5 ผลไม้ที่มีวิตามินซีกินกันไข้หวัด post thumbnail image

ในยุคที่มีแต่เชื้อโรคและไข้หวัด เราที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในทุกๆ วันคงจะประมาทไปไม่ได้ เพราะวันๆ ก็ทั้งทำงาน ออกไป hang out กลับมาก็ดึก เช้าตรู่ก็ต้องตื่นไปทำงาน เป็นวงจรชีวิตที่ทำเอาร่างกายเกือบจะป่วยอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราต้องหาวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองป่วยเพื่อป้องกันโรคร้ายที่อาจจะแฝงเข้ามาในภายหลังได้ โดยอาจจะเริ่มต้นจากการเสริมภูมิคุ้มกันของตนเองด้วยการทานวิตามินซี

วิตามินซีคืออะไร? วิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ และมีความสำคัญมากในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเราสามารถหาวิตามินซีเหล่านี้ได้ผ่านทางการกินผักผลไม้

ดังนั้นเราก็จะขอมาแนะนำให้รู้จักกับเหล่าผลไม้ที่พวกเราคงจะรู้จักกันดีแต่ดันเป็นผลไม้ที่แฝงไปด้วยปริมาณวิตามินซีในตัวที่สูงลิบลิ่วเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นๆ จะมีผลไม้ชนิดใดบ้างลองมาดูกัน

มะขามป้อม

เป็นผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงที่สุดเมื่อเทียบกับผลไม้ที่เหลือที่ได้ยกตัวอย่างมาก โดยมีปริมาณวิตามินซีอยู่ที่ 2.76 มิลลิกรัม ต่อปริมาณมะข้ามป้อม 1 กรัม และเนื่องจากเจ้ามะข้ามป้อมมีวิตามินซีสูงมากจึงนิยมนำไปทำเป็นยารักษาโรคหลากหลายชนิด เช่น โรคไข้หวัด แก้อาการเจ็บคอและแก้อาการไอ เป็นต้น

ฝรั่ง

ผลไม้ที่ไม่มีรสเปรี้ยวแต่แฝงไปด้วยวิตามินซีที่มีปริมาณมากเป็นอันดับสองเมื่อเทียบกับผลไม้ที่ยกตัวอย่างมา โดยเราสามารถพบวิตามินซีของฝรั่งได้บริเวณเปลือกสีเขียวๆ ของมันนั่นเอง และปริมาณของวิตามินซีของฝรั่งมีอยู่ที่ 1.60  มิลลิกรัม ต่อปริมาณฝรั่ง 1 กรัม ข้อควรระวังในการกินฝรั่งก็คืออย่าทิ้งให้ฝรั่งสุกมากเพราะจะทำให้ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้ลดลงไป

ลิ้นจี่

ผลไม้ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูและฟันได้เป็นอย่างดีเนื่องจากนอกจากเจ้าลิ้นจี่จะมีวิตามินซีแล้วยังมีวิตามินบี 1 ที่ช่วยในเรื่องของอาการเหน็บชาอีกต่างหาก และลิ้นจี่ยังมีปริมาณวิตามินซีอยู่ที่ 0.715 มิลลิกรัม ต่อปริมาณลิ้นจี่ 1 กรัม

สตรอเบอร์รี่

เป็นผลไม้ลูกเล็กๆ สีแดงสดที่ไม่ได้มีดีแค่มีวิตามินซีเท่านั้น เพราะสตรอเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งโรคมมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงดวงตา ลดการเสื่อมของดวงตาได้อีกด้วย โดยสตรอเบอร์รี่มีปริมาณวิตามินซีอยู่ที่ 0.588 มิลลิกรัม ต่อปริมาณสตรอเบอร์รี่ 1 กรัม

ส้ม

ผลไม้ยอดนิยมที่หาซื้อได้ง่ายๆ ที่ตลาดสดทั่วไป เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี มีรสออกเปรี้ยวนิดๆ นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องการรักษาโรคลักปิดลักเปิดและกากใยของส้มยังช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น โดยส้มมีปริมาณวิตามินซีอยู่ที่ 0.532 มิลลิกรัม ต่อปริมาณส้ม 1 กรัม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ภูมิแพ้

“ภูมิแพ้” ภัยร้ายที่ใครๆ ก็เป็นหรืออาจจะยังไม่รู้ตัว?“ภูมิแพ้” ภัยร้ายที่ใครๆ ก็เป็นหรืออาจจะยังไม่รู้ตัว?

ในยุคที่ฝุ่นละอองเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตอยู่แบบนี้ สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็คงจะรู้สึกเหนื่อยกับการใช้ชีวิตให้ผ่านไปในแต่ละวัน เพราะทั้งมีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล จาม ไอ อย่างรุนแรง สร้างทั้งความรำคาญและยังส่งให้ผู้ป่วยไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการของผู้ที่ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่ายๆ เพราะเป็นอาการทางกายภาพที่มักจะปรากฏขึ้นมาให้เห็นเด่นชัด โดยอาการของโรคภูมิแพ้มีตั้งแต่อาการคัดจมูกน้ำมูกไหล ไอ จาม คันจมูก ไปจนถึงอาการหอบ ซึ่งถือว่าเป็นอาการที่รุนแรง นอกจากนี้อาการภูมิแพ้ยังปรากฏอยู่ในอาการต่างๆ ของร่างกายนอกจากอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการผื่นขึ้นหรือที่เรียกกันว่าลมพิษ หรืออาการแพ้อาหารที่เกิดจาการทานอาหารที่ไม่ถูกกับร่างกาย และหากใครยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้หรือเปล่าทางเราก็ขอแนะนำให้ไปตรวจวินิจฉัยจะได้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที โดยการตรวจวินิจฉัยแบ่งออกเป็น 2 วิธี การตรวจวินิจฉัยผ่านทางผิวหนัง : เป็นการนำสารที่ผูป่วยส่วนใหญ่จะแพ้ลงไปสะกิดลงไปบนผิวหนัง จากนั้นให้ผู้ป่วยรอดูอาการสัก 20 นาที

เครื่องฟอกอากาศ

จำเป็นต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้หรือไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้หรือไม่

ต้องยอมรับกันก่อนว่า ในปัจจุบันนี้กิจกรรม ของมนุษย์เรานั้น สร้างความเสียหายให้กับ สภาพแวดล้อมและสภาวะอากาศ เป็นอย่างยิ่ง เราสร้างความเสียหาย ให้กับสภาวะอากาศมากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลกระทบ โดยตรงกับเรามากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนั้น เกิดภาวะมลพิษ หมอกควันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้หลายต่อหลายคน ประสบปัญหาในเรื่องของ มลพิษในอากาศ ทำให้แสบตาบ้างล่ะ ทำให้แน่นหน้าอก ทำให้อากาศหายใจ ไม่เพียงพอ บางคนเกิดสภาวะไอ จนแสบคอ ก็มีเช่นเดียวกัน ดังนั้นปัญหาเรื่องของ อากาศเป็นพิษอากาศ ไม่บริสุทธิ์นั้น จึงกลายเป็นปัญหาหลักที่ มนุษย์เราจะต้องผจญอยู่ ในปัจจุบันนั่นเอง ด้วยมลภาวะต่างๆ

โรคความจำเสื่อม

โรคความจำเสื่อมในวัยทำงาน ภัยร้ายที่ต้องระวังโรคความจำเสื่อมในวัยทำงาน ภัยร้ายที่ต้องระวัง

โรคความจำเสื่อม หรือสมองเสื่อม คือโรคที่เกิดจากการบกพร่องของประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง  ก่อให้เกิดความคิดที่ผิดปกติและไม่สามารถใช้ตรรกะเหตุผลได้ ทำให้บุคลิกเปลี่ยนแปลง อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ  เครียด รวมไปถึงมีอาการแยกตัวออกจากสังคม หลายคนมักจะเข้าใจว่าโรคสมองเสื่อมเป็นในผู้สูงวัยเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่า วัยทำงานก็สามารถป่วยด้วยโรคนี้ได้เช่นกัน การสังเกตความผิดปกติของตนเองจึงจำเป็นอย่างยิ่ง โดยสาระสำคัญเกี่ยวกับโรคความจำเสื่อมในวัยทำงานมีดังต่อไปนี้  สาเหตุของโรคสมองเสื่อมในวัยทำงาน  เกิดความเครียดและกดดันจากการทำงาน  ปัจจุบันการทำงานมีความกดดันมาก ผู้ทำงานต้องแบกรับปัญหาในที่ทำงาน นานวันเข้าจึงเกิดการเครียดสะสม และเป็นโรคสมองเสื่อมได้  วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่  การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่มีการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีไขมันและความหวานในปริมาณที่เกินกว่าร่างกายต้องการ นานวันเข้าไขมันเหล่านี้จะไปอุดตันหลอดเลือดในสมอง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และเกิดโรคสมองเสื่อมนั่นเอง  อาการของโรคความจำเสื่อม  ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมจะหลงลืมในเรื่องง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น วันที่หรือเวลา บางคนลืมวันนัดหรือเส้นทางการขับรถ