7 วิธีดูแลสุขภาพผิวให้ขาวใสอย่างง่าย

7 วิธีดูแลสุขภาพผิวให้ขาวใสอย่างง่าย post thumbnail image

สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงามแถมยังรักสุขภาพ การที่เรามีผิวขาวใสแลดูสุขภาพดีก็คงจะเป็นความฝันของใครหลายๆ คน เพราะฉะนั้นในวันนี้เราก็จะมาบอกวิธีดูแลสุขภาพผิวของเราให้ดูดีขาวใส ใครๆ เห็นก็ทัก จะมีวิธีการไหนบ้างลองมาดูกัน

ทำความสะอาดผิวให้สะอาด

การทำความสะอาดผิวให้สะอาด และถูกวิธีจะเป็นการขจัดคราบสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อยู่บนผิวกายออกไปได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าสาวๆ คนไหนชอบแต่งหน้าอยู่เป็นประจำการใช้คลีนซิ่งที่ดีเพื่อล้างคราบสกปรกต่างๆ ออกจากใบหน้าก็จะมีส่วนช่วยในการทำให้ผิวสะอาดขาวใสอีกด้วย

บำรุงผิวทุกวัน

หลังจากการล้างหน้าและการทำความสะอาดผิวกาย ก็มาถึงคิวของการบำรุงให้กับผิวของเราที่อาจจะแห้งไปบ้างเพราะผ่านการชะล้างมา เราจึงต้องทำการบำรุงด้วยการทาโลชั่นต่างๆ ที่นอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งแล้ว โลชั่นบางตัวยังช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสอีกด้วย

สครับผิวเป็นประจำ

การขัดหรือสครับผิวเพื่อเอาเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไปบ้างก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผิวของเราขาวใสได้ โดยใน 1 สัปดาห์ควรจจะมีการสครับผิวอย่างน้อย 1-2 ครั้ง เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปให้ผิวกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น

ดื่มน้ำ

จัดได้ว่าน้ำเป็นยาครอบจักรวาลเลยก็ว่าได้ เพราะสำหรับผิวพรรณแล้วน้ำเป็นตัวที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่หยาบกร้าน แถมยังช่วยให้ผิวขาวใส ป้องกันสิว ดังนั้นเราจึงควรดื่มน้ำอยู่อย่างสม่ำเสมอเพื่อผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใส

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเป็นการช่วยเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจและทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้น นอกจากนี้สิ่งสกปรกต่างๆ ยังถูกขับออกมาในรูปแบบของเหงื่อซึ่งจะทำให้สาวๆ มีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

ดูแลระบบขับถ่ายและลำไส้

การดูแลระบบขับถ่ายและลำไส้สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการทานอาหารที่ช่วยในการย่อยและขับถ่าย เช่น อาหารที่มีกากใยจำพวกผักผลไม้ และทานจุลินทรีย์ที่มีส่วนช่วยในการย่อยและขับถ่ายที่อยู่ในนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตก็สามารถช่วยได้เช่นเดียวกัน โดยหากเราขับถ่ายตรงเวลาก็จะเป็นการขับของเสียออกไปเป็นการช่วยให้ผิวพรรณของเราเปล่งปลั่งได้อีกทางหนึ่ง

พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบของฮอร์โมนซึ่งควบคุมส่วนต่างๆ ของร่างกาย ดังนั้นหากเรานอนเป็นเวลาฮอร์โมนก็จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นผลให้ผิวพรรณของเราเปล่งปลั่งขาวใสได้อย่างแน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Related Post

ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุด

5 ผลไม้ที่มีวิตามินซีกินกันไข้หวัด5 ผลไม้ที่มีวิตามินซีกินกันไข้หวัด

ในยุคที่มีแต่เชื้อโรคและไข้หวัด เราที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในทุกๆ วันคงจะประมาทไปไม่ได้ เพราะวันๆ ก็ทั้งทำงาน ออกไป hang out กลับมาก็ดึก เช้าตรู่ก็ต้องตื่นไปทำงาน เป็นวงจรชีวิตที่ทำเอาร่างกายเกือบจะป่วยอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราต้องหาวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองป่วยเพื่อป้องกันโรคร้ายที่อาจจะแฝงเข้ามาในภายหลังได้ โดยอาจจะเริ่มต้นจากการเสริมภูมิคุ้มกันของตนเองด้วยการทานวิตามินซี วิตามินซีคืออะไร? วิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ และมีความสำคัญมากในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเราสามารถหาวิตามินซีเหล่านี้ได้ผ่านทางการกินผักผลไม้ ดังนั้นเราก็จะขอมาแนะนำให้รู้จักกับเหล่าผลไม้ที่พวกเราคงจะรู้จักกันดีแต่ดันเป็นผลไม้ที่แฝงไปด้วยปริมาณวิตามินซีในตัวที่สูงลิบลิ่วเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นๆ จะมีผลไม้ชนิดใดบ้างลองมาดูกัน มะขามป้อม เป็นผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงที่สุดเมื่อเทียบกับผลไม้ที่เหลือที่ได้ยกตัวอย่างมาก โดยมีปริมาณวิตามินซีอยู่ที่ 2.76 มิลลิกรัม ต่อปริมาณมะข้ามป้อม 1 กรัม และเนื่องจากเจ้ามะข้ามป้อมมีวิตามินซีสูงมากจึงนิยมนำไปทำเป็นยารักษาโรคหลากหลายชนิด เช่น โรคไข้หวัด

ภูมิแพ้

“ภูมิแพ้” ภัยร้ายที่ใครๆ ก็เป็นหรืออาจจะยังไม่รู้ตัว?“ภูมิแพ้” ภัยร้ายที่ใครๆ ก็เป็นหรืออาจจะยังไม่รู้ตัว?

ในยุคที่ฝุ่นละอองเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตอยู่แบบนี้ สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็คงจะรู้สึกเหนื่อยกับการใช้ชีวิตให้ผ่านไปในแต่ละวัน เพราะทั้งมีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล จาม ไอ อย่างรุนแรง สร้างทั้งความรำคาญและยังส่งให้ผู้ป่วยไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการของผู้ที่ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่ายๆ เพราะเป็นอาการทางกายภาพที่มักจะปรากฏขึ้นมาให้เห็นเด่นชัด โดยอาการของโรคภูมิแพ้มีตั้งแต่อาการคัดจมูกน้ำมูกไหล ไอ จาม คันจมูก ไปจนถึงอาการหอบ ซึ่งถือว่าเป็นอาการที่รุนแรง นอกจากนี้อาการภูมิแพ้ยังปรากฏอยู่ในอาการต่างๆ ของร่างกายนอกจากอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการผื่นขึ้นหรือที่เรียกกันว่าลมพิษ หรืออาการแพ้อาหารที่เกิดจาการทานอาหารที่ไม่ถูกกับร่างกาย และหากใครยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้หรือเปล่าทางเราก็ขอแนะนำให้ไปตรวจวินิจฉัยจะได้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที โดยการตรวจวินิจฉัยแบ่งออกเป็น 2 วิธี การตรวจวินิจฉัยผ่านทางผิวหนัง : เป็นการนำสารที่ผูป่วยส่วนใหญ่จะแพ้ลงไปสะกิดลงไปบนผิวหนัง จากนั้นให้ผู้ป่วยรอดูอาการสัก 20 นาที

เครื่องฟอกอากาศ

จำเป็นต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้หรือไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้หรือไม่

ต้องยอมรับกันก่อนว่า ในปัจจุบันนี้กิจกรรม ของมนุษย์เรานั้น สร้างความเสียหายให้กับ สภาพแวดล้อมและสภาวะอากาศ เป็นอย่างยิ่ง เราสร้างความเสียหาย ให้กับสภาวะอากาศมากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลกระทบ โดยตรงกับเรามากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนั้น เกิดภาวะมลพิษ หมอกควันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้หลายต่อหลายคน ประสบปัญหาในเรื่องของ มลพิษในอากาศ ทำให้แสบตาบ้างล่ะ ทำให้แน่นหน้าอก ทำให้อากาศหายใจ ไม่เพียงพอ บางคนเกิดสภาวะไอ จนแสบคอ ก็มีเช่นเดียวกัน ดังนั้นปัญหาเรื่องของ อากาศเป็นพิษอากาศ ไม่บริสุทธิ์นั้น จึงกลายเป็นปัญหาหลักที่ มนุษย์เราจะต้องผจญอยู่ ในปัจจุบันนั่นเอง ด้วยมลภาวะต่างๆ